ท่าอากาศยานเชียงใหม่ครบรอบ 30 ปี การดำเนินงาน เตรียมแก้เร่งด่วนปัญหาผู้โดยสารคับคั่ง
- We Love Aeroplane

- 2 มี.ค. 2561
- ยาว 2 นาที
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ชี้แจงผลการดำเนินงานครบรอบ 30 ปี การดำเนินงานวันที่ 1 มีนาคม 2561 และได้เตรียมดำเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารคับคั่ง เน้นการเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสาร พื้นที่จอดรถและช่องทางจราจร

นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ทอท.กล่าวในโอกาสครบรอบ 30 ปี การดำเนินงานของ ทชม. วันที่ 1 มีนาคม 2561 ว่า ทชม.เป็นท่าอากาศยาน 1 ใน 6 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของ ทอท.ได้รับโอนกิจการ จากกรมการบินพาณิชย์มาอยู่ในความดูแลของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 และแปรสภาพเป็น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2545 โดยได้มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการในทุกๆ ด้าน ปัจจุบัน ทชม.มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร 8 ล้านคนต่อปี แต่เนื่องจากแนวโน้ม การเติบโตของปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ส่งผลให้ในปี 2560 (มกราคม - ธันวาคม 2560) มีจำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการมากกว่า 10.2 ล้านคน ซึ่งถึงแม้ว่า ทชม.จะปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนขยายพื้นที่การให้บริการ และบริหารจัดการเส้นทางเดินของผู้โดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกรวดเร็วมากที่สุด ภายใต้คุณภาพการให้บริการในระดับสากลและมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) มาโดยตลอดแล้วก็ตาม ก็ยังไม่ทันต่ออัตราการเติบโตของปริมาณผู้โดยสาร โดยในปี 2560 - 2568 ทชม.ต้องให้บริการผู้โดยสาร ในปริมาณที่เกินขีดความสามารถ และต้องเผชิญกับปัญหาความคับคั่งของผู้โดยสาร ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหา ความคับคั่งของผู้โดยสาร ระหว่างรอการดำเนินงานตามแผนแม่บท ทชม. จึงได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาระยะสั้น และระยะกลาง ดังนี้
1. การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน ที่กำหนดดำเนินการภายในเดือนเมษายน 2561 อาทิ 1.1 ปรับปรุงป้ายบอกทางเพื่อปรับเปลี่ยนการเข้า-ออก ของผู้โดยสาร 1.2 เพิ่มพื้นที่บริเวณหน้าชานชาลาอาคารผู้โดยสาร ด้วยการรื้อย้ายสวนหย่อม 1.3 จัดเจ้าหน้าที่ตรวจค้นให้เพียงพอกับจำนวนเครื่อง X-ray 1.4 เพิ่มช่องทางเข้าอาคาร บริเวณประตูหมายเลข 6 เพื่อเป็นช่องทางของเจ้าหน้าที่และสำหรับ ขนถ่ายสินค้า 1.5 เพิ่มเคาน์เตอร์สำหรับผู้โดยสาร Self Check-in อีก 3 เคาน์เตอร์ 1.6 ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเป็นห้องสัมภาษณ์พิเศษสำหรับด่านควบคุมโรคและด่านจัดหางาน 2. การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน กำหนดดำเนินการภายในปี 2562 อาทิ 2.1 ปรับปรุงทางสัญจร และเพิ่มพื้นที่ผิวการจราจรบริเวณชานชาลาหน้าอาคารผู้โดยสาร 2.2 ปรับปรุงเพิ่มทางลาดบริเวณชานชาลาหน้าอาคารผู้โดยสาร 2.3 ปรับปรุงพื้นที่เพื่อเป็นห้อง Bus Gate สำหรับอากาศยานขนาดเล็ก 2.4 ปรับปรุงพื้นที่บริเวณจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ 2.5 จัดทำห้องตรวจตัวพิเศษ บริเวณเครื่อง X-ray ให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย 2.6 ก่อสร้างที่จอดรถบัสเพิ่มเติม บริเวณด้านทิศใต้อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2.7 ก่อสร้างลานวางอุปกรณ์ภาคพื้น (GSE: Ground Service Equipment) 2.8 ปรับปรุงพื้นที่ดาดฟ้าชั้น 2 เป็นห้องโถงผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ 2.9 ปรับปรุงพื้นที่ดาดฟ้าชั้น 3 อาคารผู้โดยสารเป็นพื้นที่สำนักงาน 2.10 ก่อสร้างอาคารดับเพลิงและกู้ภัย 2.11 ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ด้านทิศเหนือ สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่จอดรถ โดยดำเนินการในรูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน นาวาอากาศตรี มณธนิก รักงาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานด้านปริมาณการจราจรทางอากาศของ ทชม.ในปี 2560 (มกราคม - ธันวาคม 2560) มีอากาศยานพาณิชย์ขึ้น-ลง 71,994 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 4.03 มีสายการบินที่บินประจำภายในประเทศ จำนวน 8 สายการบิน ทำการบินใน 13 เส้นทาง และสายการบินระหว่างประเทศ จำนวน 26 สายการบิน ทำการบินใน 23 เส้นทาง มีเที่ยวบินเฉลี่ย 221 เที่ยวบินต่อวัน ขณะที่ผู้โดยสารมีจำนวน 10.23 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ร้อยละ 8.30 เฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศมีประมาณ 2.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.72 ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้โดยสารชาวจีนถึงกว่า 1.42 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณร้อยละ 15 และมีปริมาณการขนถ่ายสินค้า 17,303 ลดลงจากปี 2559 ร้อยละ 6.53 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารชาวจีนดังกล่าวนำมาซึ่งความเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศชาติ และส่งผลให้ ทชม.จำเป็นต้องขยายเวลาให้บริการในบางช่วงเวลาโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชนที่อาศัยโดยรอบและในแนวขึ้นลงของอากาศยานบ้าง ทชม.ต้องขออภัยที่ได้สร้างผลกระทบดังกล่าวให้แก่ชุมชนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มเที่ยวบินนอกเวลาทำการปกติ ทชม.จะขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า
สำหรับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของ ทอท.นั้น ในปี 2560 ทชม.ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยได้สนับสนุนงบประมาณสร้างเมรุและเตาเผาศพไร้มลพิษ ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง การสนับสนุนงบประมาณขุดสระกักเก็บน้ำ เพื่อใช้สำหรับพื้นที่การเกษตรและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนด้านการศึกษาและสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงได้จัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชุมชน ตลอดจนให้การสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ สถานศึกษา ชุมชนท้องถิ่น และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนน้ำดื่ม การสนับสนุนงบประมาณจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ และการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ภายใน ทชม.สำหรับจัดกิจกรรมของท้องถิ่นและชุมชน เป็นต้น ------------------------------------- ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0 2535 5554, 0 2535 6420 โทรสาร 0 2535 4099 อีเมล aot_media@airportthai.co.th















ความคิดเห็น